เปิดตัวเลขครบ 76 จังหวัด ปมถูกร้องส่อ "โกงสอบท้องถิ่น" มากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง!

STRONG เปิดข้อมูล 3,967 รายชื่อจาก 76 จังหวัด ถูกตั้งปมส่อทุจริตสอบท้องถิ่น จังหวัดไหนมากที่สุด? สุราษฎร์ธานีสูงสุด 242 คน
ประเด็นทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลอินโฟกราฟิก ซึ่งระบุว่าตัวเลขว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบรวม 3,967 คน กระจายอยู่ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ
ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวนสูงสุด 242 คน ตามด้วยปทุมธานีและนนทบุรี จังหวัดละ 181 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่ชมรม STRONG นำมาเผยแพร่ ไม่ใช่รายชื่อผู้กระทำผิดที่ผ่านคำวินิจฉัยทางกฎหมายแล้ว ผู้ที่ปรากฏอยู่ในชุดข้อมูลจึงยังต้องได้รับการตรวจสอบเป็นรายบุคคลตามกระบวนการ
10 จังหวัดที่มีจำนวนสูงสุดตามข้อมูลของชมรม STRONG
| อันดับ | จังหวัด | จำนวน |
|---|---|---|
| 1 | สุราษฎร์ธานี | 242 คน |
| 2 | ปทุมธานี | 181 คน |
| 3 | นนทบุรี | 181 คน |
| 4 | นครราชสีมา | 152 คน |
| 5 | กระบี่ | 122 คน |
| 6 | สุพรรณบุรี | 116 คน |
| 7 | อุบลราชธานี | 113 คน |
| 8 | ภูเก็ต | 108 คน |
| 9 | พระนครศรีอยุธยา | 105 คน |
| 10 | สมุทรปราการ | 94 คน |
จังหวัดอื่นที่มีจำนวนค่อนข้างสูงตามข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ ได้แก่ สระบุรี 91 คน ระยองและพัทลุง จังหวัดละ 89 คน นครปฐมและชุมพร จังหวัดละ 88 คน ปัตตานี 84 คน ชลบุรี 83 คน เพชรบูรณ์ 81 คน และสมุทรสาคร 80 คน
ส่วนจังหวัดที่มีตัวเลขน้อยที่สุดในชุดข้อมูล ได้แก่ อำนาจเจริญ 1 คน มุกดาหาร 2 คน แพร่ 4 คน กาฬสินธุ์ 6 คน และน่าน 10 คน
โดยอันดับทั้ง 76 จังหวัดของไทย มีดังนี้

พบจุดที่ยังต้องตรวจสอบในรายการตัวเลขรายจังหวัด
แม้อินโฟกราฟิกจะระบุยอดรวม 3,967 คน ครบ 76 จังหวัด แต่เมื่อตรวจสอบรายการตัวเลขที่ถูกคัดลอกและเผยแพร่ต่อกันในข้อความ พบว่ามีรายชื่อเพียง 74 จังหวัด และรวมตัวเลขได้ 3,964 คน โดยไม่มีจังหวัดตราดและพังงาปรากฏอยู่ในรายการดังกล่าว
ส่วนต่าง 3 คนอาจมาจากข้อมูลของสองจังหวัดที่ตกหล่นระหว่างการคัดลอก แต่ยังไม่ควรคาดเดาว่าแต่ละจังหวัดมีจำนวนเท่าใด จนกว่าผู้เผยแพร่จะเปิดข้อมูลต้นฉบับที่ครบถ้วน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ
ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่ได้ยืนยันว่าอินโฟกราฟิกทั้งหมดไม่ถูกต้อง แต่สะท้อนว่าควรแยกให้ออกระหว่างยอดที่เพจระบุ กับรายละเอียดในข้อความที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อ และไม่ควรใช้รายชื่อรายจังหวัดเป็นข้อสรุปทางกฎหมาย
คดีสอบท้องถิ่นมีที่มาอย่างไร?
กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัคร 87 สายงาน รวม 6,669 อัตรา และมีผู้สมัครมากกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เอกสาร ตลอดจนข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจำนวนมาก
ข้อมูลจากการตรวจสอบในช่วงแรกระบุว่า เจ้าหน้าที่พบสำเนากระดาษคำตอบประมาณ 3,000 คน และพบความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนแล้วประมาณ 2,000 รายการ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลตรวจสอบในช่วงต้นของคดี ไม่ใช่จำนวนผู้กระทำผิดทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ตำรวจยังเปิดเผยว่ากำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน กระบวนการรับข้อมูล และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องในหลายระดับ โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วต้องถูกพิจารณาเป็นรายบุคคล หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงจึงอาจถูกดำเนินการทางอาญา ทางวินัย หรือกระทบต่อสถานะการรับราชการตามขั้นตอนกฎหมาย
ตัวเลข 3,967 คน ต่างจาก 5,924 คนอย่างไร?
ยอด 3,967 คนที่ชมรม STRONG เผยแพร่ ถูกอธิบายว่าเป็นจำนวนผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัย กระจายตามจังหวัด ส่วนตัวเลข 5,924 คน เป็นจำนวนผู้สอบที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ระบุว่าพบคะแนนผิดปกติในการตรวจสอบบัญชีผลสอบ
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กสถ.มีมติยกเลิกประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ฉบับเดิมทั้งหมด และเตรียมจัดทำบัญชีใหม่จากคะแนนที่ตรวจสอบแล้ว โดยบัญชีใหม่จะไม่มีรายชื่อกลุ่มคะแนนผิดปกติ 5,924 คน ทั้งนี้ การดำเนินการกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วต้องผ่านคณะกรรมการและหน่วยงานท้องถิ่นที่มีอำนาจตามลำดับขั้น
ดังนั้น ตัวเลข 3,967 คนกับ 5,924 คนจึงไม่ควรถูกนำมาใช้แทนกันโดยอัตโนมัติ เพราะอาจกล่าวถึงคนละสถานะและมาจากคนละกระบวนการตรวจสอบ ขณะที่รายละเอียดว่ารายชื่อทั้งสองชุดซ้ำกันมากน้อยเพียงใด ยังต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ความคืบหน้าล่าสุดของการตรวจสอบ
ก่อนหน้านี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้บางส่วน พร้อมระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบ และหากพบผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองตามกฎหมาย
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ตำรวจรายงานว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 70 และยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยพบว่าช่องโหว่สำคัญของกระบวนการอาจเกิดขึ้นหลังการสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบตามสัญญา ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับบุคลากรหนึ่งราย หลังการตรวจสอบภายในพบข้อมูลและหลักฐานที่เห็นว่ามีมูลเพียงพอ โดยผลสอบสวนยังต้องดำเนินต่อไปตามขั้นตอน
ยังไม่ควรเรียกทุกคนในรายชื่อว่า “ผู้ทุจริต”
แม้คดีจะมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดปกติของคะแนนและอยู่ระหว่างการดำเนินการของหลายหน่วยงาน แต่การที่ชื่อหรือจำนวนของบุคคลปรากฏอยู่ในชุดข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าทุกคนถูกพิสูจน์แล้วว่ามีเจตนาทุจริต
เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทั้งกระดาษคำตอบ คะแนนในระบบ เส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และพฤติการณ์ของแต่ละคน การใช้คำว่า “ถูกตั้งข้อสงสัย” “พบคะแนนผิดปกติ” หรือ “อยู่ระหว่างตรวจสอบ” จึงเหมาะสมกว่าการตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิดก่อนกระบวนการสอบสวนและพิจารณาคดีสิ้นสุด
นอกจากนี้ การยกเลิกบัญชีผลสอบหรือการถอดชื่อออกจากบัญชีใหม่ เป็นมาตรการทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของผลคะแนน ไม่ได้เท่ากับคำพิพากษาว่าบุคคลนั้นมีความผิดทางอาญาโดยอัตโนมัติ
ตัวเลขรายจังหวัดเป็นเบาะแส แต่ยังไม่ใช่คำตัดสิน
ข้อมูลจากชมรม STRONG ระบุว่ามีผู้ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัยรวม 3,967 คน ครอบคลุม 76 จังหวัด โดยสุราษฎร์ธานีมีจำนวนสูงสุด 242 คน ตามด้วยปทุมธานีและนนทบุรี จังหวัดละ 181 คน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดตัวเลขที่ถูกเผยแพร่ต่อกันยังมีความไม่ครบถ้วน และยอด 3,967 คนไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวกับกลุ่มคะแนนผิดปกติ 5,924 คนที่ กสถ.นำไปใช้จัดทำบัญชีผลสอบใหม่ จึงไม่ควรนำข้อมูลทั้งสองชุดมาสรุปรวมกันโดยไม่มีคำอธิบาย
สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ หน่วยงานรัฐกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ มีการยกเลิกบัญชีผลสอบเดิม และกำลังจัดทำบัญชีใหม่โดยตัดกลุ่มคะแนนผิดปกติออก ส่วนการเอาผิดหรือเพิกถอนสถานะของผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว ต้องพิจารณาหลักฐานเป็นรายบุคคลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

